|
น้ำพระทัยของในหลวง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร เสมือน หนึ่งเป็นความทุกข์ของพระองค์ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือ มิได้ทรงนึกแต่เพียงว่าทรงเป็นพระประมุข ของ ประเทศไทยโดยนิตินัย หรือตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่พระองค์ทรงระลึกอยู่เสมอว่า พระองค์เป็น คนไทย คนหนึ่งที่จะต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคนไทยทุกคนทั่วประเทศ จึงทรงมีพระราชดำริ ที่จะพัฒนา ความเป็นอยู่ของราษฎรเหล่านี้ให้เกิดความ "พออยู่ พอกิน" ชาวไทย ทั้งหลายต่างซาบซึ้ง และตระหนักใน พระมหากรุณาธิคุณ อันใหญ่หลวงของพระองค์ ที่แสดงถึงพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้น ด้วยพระเมตตา และ ทรงใช้พระอัจฉริยภาพ ในด้านต่าง ๆ พระราชทานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อประโยชน์สุข แก่ทุกชีวิตในประเทศไทยตลอดมา ซึ่งล้วนเป็นโครงการที่จะยังความผาสุขแก่ประชาชนอย่างแท้จริง
โครงการตามพระราชดำริเป็นโครงการที่ทรงวางแผนพัฒนา ทรงเสนอแนะให้ รัฐบาลร่วมดำเนินการ ตามพระราชดำริ โดยพระองค์เสด็จฯร่วมทรงงานกับ หน่วยงานของรัฐบาล ในปัจจุบันเรียกโครงการนี้ว่า "โครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ"มีกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยทั้งหมด 2,416 โครงการ ตั้งแต่เริ่มแรก จนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2538 โดยเป็น โครงการที่อยู่ใน ความรับผิดชอบของสำนักงาน คณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2525-2538 จำนวน 1,598 โครงการ แยกออกเป็นประเภทต่างๆได้ 8 ประเภท ได้แก่ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ สิ่งแวดล้อม การเกษตร การสาธารณสุข การคมนาคม สื่อสาร การส่งเสริมอาชีพ สวัสดิการสังคมและอื่นๆ ซึ่งในจำนวนโครงการเหล่านี้ การพัฒนาแหล่งน้ำได้ใช้งบประมาณและมีจำนวนโครงการมากกว่าโครงการ ประเภทอื่น ๆ การพัฒนาแหล่งน้ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำมากกว่า โครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริประเภทอื่น ทรงให้ความสำคัญในลักษณะ "น้ำคือชีวิต" ดังพระราชดำรัส ณ สวนจิตรลดา เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2529 ความตอนหนึ่งว่า "….หลักสำคัญว่า ต้องมีน้ำบริโภค น้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะว่า ชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้ ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้ ไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้…" โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แบ่งออกเป็นได้ 5 ประเภท คือ 1. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกและอุปโภคบริโภค ได้แก่ อ่างเก็บน้ำ และฝายทดน้ำ 2. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการรักษาต้นน้ำลำธาร 3. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ 4. โครงการระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่ม 5. โครงการบรรเทาอุทกภัย
 โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สามารถก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติ เป็นส่วนรวมทั้งในระยะสั้น และระยะยาว พอสรุปได้ดังนี้
1. ช่วยให้พื้นที่เพาะปลูกมีน้ำอย่างอุดมสมบูรณ์ สามารถทำการเพาะปลูกได้ทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง 2. ในบางท้องที่เคยมีน้ำท่วมขัง จนไม่สามารถใช้ทำการเพาะปลูกได้ โครงการระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เช่น บริเวณขอบพรุ ทำให้พื้นที่แห้งลงจนสามารถจัดสรรให้ราษฎรที่ไม่มีที่ดิน เป็นของตนเอง เข้าทำกินได้ ช่วยให้ไม่ไปบุกรุกทำลายป่า หาที่ทำกินแห่งอื่น ๆ ต่อไป 3. เมื่อมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดต่าง ๆ ไว้ก็มีการปล่อยพันธุ์ปลา ทำให้ราษฎรตามหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียง สามารถมีปลาบริโภคภายในครอบครัว หรือเสริมรายได้ขึ้น 4. ช่วยให้ราษฎรมีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคที่สะอาดอย่างพอเพียงตลอดปี และยังช่วยให้มีแหล่งน้ำสำหรับ การเลี้ยงสัตว์ด้วย 5. บางโครงการจะเป็นประเภทเพื่อบรรเทาอุทกภัยในเขตชุมชนเมืองใหญ่ ๆ เช่น โครงการน้ำดีไล่น้ำเสีย โครงการกรองน้ำเสียด้วยผักตบชวา โครงการบำบัดน้ำเสียโดยการเติมอากาศด้วยกังหันชัยพัฒนา โครงการแก้มลิงป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล 6. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ช่วยให้ราษฎรที่อยู่ในป่าเขาในท้องที่ทุรกันดาร มีไฟฟ้าใช้ได้บ้าง 7. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อการรักษาต้นน้ำลำธารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยการสร้างฝายเก็บกักน้ำ บริเวณต้นน้ำลำธารเป็นชั้น ๆ พร้อมระบบกระจายน้ำจากฝายต่าง ๆ ไปสู่พื้นที่สองฝั่งของลำธารทำให้พื้นดิน ชุ่มชื้น มีแนวกระจายไปทั่วบริเวณต้นน้ำลำธาร ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ไว้ต่อไป
แนวพระราชดำริด้านการป่าไม้
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเล่าถึงแรงบันดาลใจ ในความสน พระราชหฤทัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง ป่า น้ำ ดิน ซึ่งโยงใยมีผลกระทบต่อกัน ตั้งแต่เมื่อครั้งยัง ทรงพระเยาว์ว่า
".....อาจมีบางคนเข้าใจว่า ทำไมถึงสนใจเรื่องชลประทาน หรือเรื่องป่าไม้ จำได้เมื่ออายุ 10 ขวบ ที่โรงเรียนมีครูคนหนึ่ง ซึ่งเดี๋ยวนี้ตายไปแล้วสอนเรื่องวิทยาศาสตร์ เรื่องการอนุรักษ์ดินแล้วให้เขียนว่า ภูเขาต้องมีป่า อย่างนั้นเม็ดฝนลงมาแล้วจะชะดินลงมาเร็ว ทำให้ไหลตามน้ำไป ไปทำความเสียหาย ดินหมดจากภูเขาเพราะไหลตามสายน้ำไป ก็เป็นหลักของป่าไม้ เรื่องการอนุรักษ์ดิน และเป็นหลักของ ชลประทานที่ว่า ถ้าเราไม่รักษาป่าไม้ข้างบน จะทำให้เดือดร้อนตลอด ตั้งแต่ดินภูเขาจะหมดไปกระทั่ง การที่จะมีตะกอนลงมาในเขื่อน มีตะกอนลงมาในแม่น้ำทำให้น้ำท่วมนี่นะ เรียนมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ....."
การที่ทรงเห็นความสำคัญของปัญหาป่าเสื่อมโทรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อปัญหาด้านอื่นๆ ไม่เฉพาะแต่ปัญหา เรื่องดิน เรื่องน้ำเท่านั้น หากโยงใยถึงปัญหาทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง คุณธรรมและระบบนิเวศน์ ด้วยเหตุดังกล่าวจึงทำให้แนวพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาป่า มิได้เป็นกิจกรรมที่ดำเนินไปอย่างโดดๆ หากแต่รวมเอางานพัฒนาที่เกี่ยวเนื่องทั้งหมด เข้าไปทำงานในพื้นที่ อย่างประสานสัมพันธ์กัน
แนวพระราชดำริด้านการป่าไม้ จำแนกออกเป็นหมวดหมู่ตามงานได้ดังนี้
1.การอนุรักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อม 2.การฟื้นฟูสภาพป่าและการปลูกป่า 3.การพัฒนาเพื่อให้ชุมชนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน
|